ผีกระสือ

posted on 20 Dec 2009 18:37 by kuk-kuk-koo

กระสือ.. กลางวันมันเป็นหญิง
มีทุกสิ่งธรรมด๊า..ธรรมดา
ยิ้มแย้มช่างเจรจา
งามสง่าน่าชิดเชยชม

ตกกลางคืนมีหัวกับไส้
ทิ้งร่างไปเที่ยวกินพวกตม
สรรหาแต่สิ่งโสมม
เน่าเหม็นเป็นอาหาร

บ้านไหน มีของสกปรก
มันจะไปฉกกินถึงบ้าน
ควักกิน ล้วงกินนานนาน
กระสือมันมาตามเสาเรือน

กระสือโหดร้ายน่ากลัว
ระวังตัวคืนนี้อาจมาเยือน
ถ้าเห็นดวงไฟเลือนเืลือน
มันละเจ้าผีกระสือ


ยังจำเพลงนี้กันได้รึเปล่าคะ? (ทดสอบอายุมากเลย)

ใช่แล้วค่ะ วันนี้เราจะมาพูดถึงผีกระสือกัน

กระสือเป็นผีไทยที่มีลักษณะเฉพาะตัวที่เด่นชัดชนิดหนึ่งเลยล่ะค่ะ
ผีกระสือเป็นผีที่มีแต่ผู้หญิงเท่านั้นนะคะ ที่ว่าลักษณะเด่นชัดก็คือ
เวลาพวกเธอออกหากินก็จะจะถอดแต่หัวและตับไตไส้พุงลอยออกไป
จะเห็นเป็นดวงไฟวับแวมสีเขียว ๆ  ชอบกินของสดของคาวและสิ่งปฏิกูล
มีความเชื่อว่า ถ้าบ้านไหนคลอดลูก กระสือจะไปกินรกหรือกินเด็กทารก
จึงมีธรรมเนียมเอาหนามพุทราหรือไม้ไผ่แหลม มาสุมไว้ตรงใต้ถุนบ้าน
เพราะผีกระสือจะกลัวนามเกี่ยวไส้ก็จะไม่มายุ่งค่ะ

เมื่อกินเสร็จก็จะหาที่เช็ดปากโดยไปเช็ดกับผ้าที่มีคนตากทิ้งไว้(ก็ไม่มีมือนี่เนอะ)
จะเห็นรอยเปื้อนเป็นดวง ๆ  เชื่อว่าถ้านำผ้านั้นไปต้ม คนที่เป็นกระสือ
จะปวดแสบปวดร้อนที่ปากจนทนไม่ไหวก็จะมาขอร้องให้หยุดต้มผ้า  
อีกนัยยะหนึ่งจิงศรีเชื่อว่าเป็นกุศโลบายของคนสมัยก่อน
ที่ไม่ให้ตากผ้าค้างคืนเพราะว่าผ้าจะขึ้นราหรือไม่แห้งสนิท
ถ้านำไปสวมใส่ก็ทำให้เสียสุขภาพค่ะ ส่วนการที่ต้องนำผ้าไปต้ม
ก็เหมือนเป็นการใช้ความร้อนฆ่าเชื้อราในผ้านั่นเองค่ะ

 

 ขอบคุณภาพประกอบจากอากู๋

 

 กระสือตอนกลางวันมีลักษณะเป็นผู้หญิงธรรมดานี่แหละค่ะ
แต่จะไม่ชอบแสงแดด ไม่ชอบสุงสิงสบตากับใครเพราะกลัวคนอื่นจะเห็นว่า
ดวงตาไม่มีแววสะท้อน  พอใกล้ตายก็จะต้องหาทายาทมารับสืบทอดทายาอสูร
เป็นกระสือต่อไปโดยการหาทางบ้วนน้ำลายให้ลูกหลานดื่มเข้าไปค่ะ

อิทธิพลของความเชื่อเรื่องกระสือทำให้เกิดคำหรือสำนวน
ที่ใช้กันในชีวิตประจำวันของคนไทยโบราณ   เช่น
  - กล้วยที่แคระแกร็นทั้งเครือ จะเรียกว่า "กล้วยกระสือดูด"
  - คนตะกละหรือคนที่กินมูมมาม จะเรียกว่า "คนตะกละเหมือนผีกระสือ"
             หรือ "คนกินเหมือนผีกระสือ"
  - ใช้เรียกโคมไฟชนิดหนึ่ง มีปุ่มเปิดปิดไฟได้และมีแว่นฉายแสงไปวาบ ๆ
             จะเรียกว่า  "โคมตาวัว" หรือ "กระสือ"
  - พืชชนิดหนึ่งซึ่งเรืองแสงได้ในที่มืด เรียกว่า "ว่านกระสือ"เชื่อกันว่า
             มีสรรพคุณอยู่ยงคงกระพัน  แต่เป็นกายสิทธิ์ชอบไปเที่ยวหากินของโสโครก
             และเข้าสิงกินคนเหมือนกระสือหรือปอบ  แล้วเที่ยวบอกชื่อเจ้าของว่าน
            ที่ปลูกนั้นว่าเป็นตัวกระสือหรือผีปอบซะเอง  ทําให้เจ้าของอับอายขายขี้หน้า
            จึงไม่ค่อยมีใครกล้าปลูก นอกจากนี้ยังใช้เรียกเห็ดที่เรืองแสงได้อีกด้วยค่ะ

 

 

 สำหรับเรื่องราวของผีกระสือที่เคยสร้างเป็นภาพยนตร์และละครที่มีชื่อเสียง
(เท่าที่จิงศรีเกิดทันนะคะ อิอิ) ก็มีดังต่อไปนี้ค่ะ

ละครหลังข่าว เรื่อง กระสือ

ออกอากาศปี พ.ศ. 2537-2538
นำแสดงโดย    ศตวรรษ ดุลยวิจิตร
                      รัชนีกร พันธ์มณี
                      มนฤดี ยมาภัย
                      สุวัจนี ไชยมุสิก
                      ด.ญ.สาวิกา ไชยเดช
                      ด.ญ.หยาดทิพย์ ราชปาล
                      ด.ญ.มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์    
(รวมฮิตนักแสดงรุ่นเยาว์เลยทีเดียวค่ะ ตอนนี้เป็นสาวสะพรั่งกันหมดแล้ว)

      เป็นเรื่องราวของกระสือสาวที่รับสืบทอดการเ็ป็นกระสือโดยไม่รู้ตัวมาจากคุณยาย
(กระสือยายสายนั่นเองค่ะ) นางเอกได้รับความทุกข์ทรมานจากการเป็นกระสือ
และปวดใจกับการต้องปกปิดความลับไม่ให้ชายคนรักรู้  โดยที่แม่ของเธอผู้รับเชื้อ
สายกระสือมาเหมือนกันแต่หาทางรับมือด้วยการบวชเป็นชี ใช้หลักธรรมของศาสนา
ช่วยปลอบประโลมจิตใจ ต่อต้านอำนาจกระสือในตัว  นางเอกของเราจะทำได้หรือไม่
หรือจะต้องเป็นกระสือต่อไป..

 

 

ภาพยนตร์ ตำนานกระสือ

ฉายในปี พ.ศ. 2545
กำกับโดย         บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์
นำแสดงโดย    บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์
                      เอกพันธ์ บันลือฤทธิ์
                      ลักขณา วัฒนวงศ์สิริ
                      นักรบ ไตรโพธิ์
                      พิสมัย วิไลศักดิ์



     

     เป็นเรื่องราวของตำนานกระสือเกิดขึ้นราวหนึ่งพันปีก่อน
เมื่อพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ทำศึกกวาดต้อนครอบครัวขอมมาเป็นเชลย
ซึ่งในจำนวนเชลยเหล่านั้นก็มีนางตาราวตีและแม่เฒ่ากาลาผู้เป็นย่าทวดรวมอยู่ด้วย

นางตาราวตีเป็นหญิงสาวที่มีรูปโฉมงดงาม ทำให้เธอถูกคัดเลือกเป็นนางสนม
ของเจ้าเมือง แต่เธอกลับมีใจให้เจ้าฟ้าแจ้งนักรบหนุ่มทำให้เธอถูกจับประหารชีวิต
ก่อนวันประหารแม่เฒ่ากาลาผู้ลึกลับได้ถ่ายทอดพลังอมตะให้แก่นาง
จนในวันประหาร นางตาราวตีก็ได้ร่ายคาถาแล้วถอดจิตออกจากร่าง
เหลือแต่หัวกับไส้หนีหายไป

ในช่วงเวลาเดียวกันที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง
นางดาว สาวสวยคนหนึ่งในหมู่บ้านที่กำลังจะตายลง
จิตวิญญาณของตาราวตีจึงเข้าสวมร่างแทน นางดาวจึงฟื้นกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นหมู่บ้านที่เงียบสงบก็ไม่สุขสงบอีกต่อไป เมื่อมีคนพบเห็น
ผีหญิงสาวซึ่งมีแค่หัวกับไส้กำลังกินควายตัวหนึ่งอย่างสยดสยอง...

 

 

ภาพยนตร์ กระสือวาเลนไทน์

ออกฉายในปี พ.ศ. 2549
กำกับโดย        ยุทธเลิศ สิปปภาค
นำแสดงโดย    ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์
                      พลอย จินดาโชติ
                      โกวิท วัฒนกุล



      พยาบาลสาวแสนสวยคนหนึ่ง ย้ายมาประจำที่โรงพยาบาลเก่าแก่แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
เธอเป็นที่รักใคร่ชอบพอของเพื่อนทุกคนในโรงพยาบาล และนักการภารโรงคนซื่อที่
ตกหลุมรักแรกพบกับพยาบาลสาวในวันวาเลนไทน์ของปี 2549

แต่เรื่องราวกลับซับซ้อนขึ้นเมื่อพยาบาลสาวมักจะมีอาการแปลกประหลาด
ที่ต้องตื่นขึ้นมาอาเจียนในทุกๆ เช้า และที่เธออาเจียนออกมากลับเป็นรกเด็ก!!
รวมทั้งภาพซ้อนเกี่ยวกับโรงพยาบาลที่เธอประจำอยู่แต่เป็นสมัยอดีตเก่าแก่ที่แวบ
เข้ามาให้เห็นอย่างไม่มีที่มาที่ไป

ภาพถ่ายเก่า ๆ ที่เป็นรูปของเธอถ่ายคู่กับชายหนุ่มในชุดทหารสมัยสงครามและ
ข้อความที่บ่งบอกว่าเธอและเขาเป็นคู่รักกัน

แต่ความสงสัยยังไม่ทันได้คลี่คลายก็เกิดเหตุให้หนุ่มนักการประสบอุบัติเหตุเสียก่อน
หรือว่าเหตุการณ์ทั้งหมดนี้เป็นเวรกรรมจากชาติที่แล้วที่ตามมาสนองพวกเขาทั้งคู่กันแน่ ...

 ----------------------------------------------------------------------------------------------------

ใครเป็นคอหนังผีก็ลองหามาดูกันได้ รับประกันความหลอนค่ะ ^^

วันนี้ตัวหนังสือเยอะไปหน่อย ไม่ว่ากันนะคะ คราวหน้ามาดูกระสือฉบับจิงศรีกันมั่งค่ะ

 

 ----------------------------------------------------------------------------------------------------

ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก


http://th.wikipedia.org/wiki/กระสือ
http://rirs3.royin.go.th/new-search/word-search-all-x.asp
http://movie.sanook.com/movie/movie_04887.php
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/newmovie/demonicbeauty/krasue.html
http://www.ryt9.com/s/prg/71648

 ----------------------------------------------------------------------------------------------------

ผีอื่น ๆ :

- แม่นาคพระโขนง

- ตัวละครแม่นาคพระโขนงฉบับจิงศรี

- กุมารทอง

Comment

Comment:

Tweet

ข้อมูลข้างต้นผิดนะคะ เกี่ยวกับละครเรื่องกระสือช่อง7 ดิชั้นเพิ่งจะดูละครเรื่องนี้ย้อนหลังผ่านทางyoutube แล้วเรื่องจริงๆคือคุณย่าสายที่ได้สืบเชื้อสายกระสือมาจากยายแก่คนหนึ่งที่ไม่รู้จักผ่านทางน้ำลายที่ยายแก่คนนั้นบ้วนลงไปในน้ำที่เตรียมไว้ให้ย่าสายดื่ม เมื่อย่าสายดื่มไปแล้ว ยายแก่คนนั้นถึงได้บอกความจริง

ส่วนแม่ของนางเอกซึ้งเป็นลูกสะใภ้ของย่าสายได้เข้าไปบวชเป็นแม่ชีตั้งแต่ต้นๆเรื่อง และไม่ได้สืบเชื้อสายกระสือจากย่าสายแต่อย่างใด

พ่อของนางเอกเอาแต่ทำตัวเละเทะ เมาเหล้า เป็นโจรบ้างอะไรบ้าง

ยายสายปิดบังเรื่องนี้มาตลอดจนกระทั่งคืนวันหนึ่งเมื่อ\\\'รำพึง\\\'(นางเอก)หลานของย่าสาย เข้าไปเห็นร่างไร้หัวของคุณย่านอนราบอยู่กับพื้น เธอเสียใจและร้องไห้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอรังเกียจคุณย่าเลย เธอรอจนกระทั่งหัวและไส้ของคุณย่าลอยกลับมาที่เข้าร่างของตัวเอง เธอวิ่งเข้าไปหาและกอดคุณย่าทั้งน้ำตา


วันหนึ่งเมื่อคุณย่าสายออกไปหากินและโดนหมอผีเอามีดหมอฟันไส้อาการสาหัส เมื่อกลับเข้าร่างก็ทนทุกทรมานอาการเหมือนคนปวดทองปางตาย แต่ไม่สามารถตายได้ถ้าไม่สืบทอดความเปนกระสือต่อ ทำให้ต้องจำใจถ่ายทอดให้กับรำพึง เธอยอมกินน้ำลายด้วยความเห็นใจและสงสาร ไม่อยากให้คุณย่าทรมาน ทั้งๆที่เธอก็ไม่อยากเป็นกระสือเช่นกัน


เธอเริ่มทำตัวออกห่างสามีของเธอเมื่อคืนแรกที่เธอกลายเป็นกระสือ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มห่างกันจนพระเอกได้ไปมีความสัมพันธ์กับตัวอิจฉาเพราะเมาสุรา และต้องจำใจรับผิดชอบในสิ่งๆนั้น

นางเอกเสียใจมาก เสียใจที่เป็นกระสือ เสียใจที่กินอยู่กับสามีอย่างคนปกติไม่ได้ จึงตัดสินใจยกสามีให้ตัวอิจฉา และเข้าป่าไปถือศีลกับแม่ชี แม่ของตน จนหลุดพ้นจากการเป็นกระสือได้


ส่วนตอนจบถ้าอยากรู้ จัวอิจฉาได้บังเอิญได้ถ่ายทอดความเป็นกระสือตอนที่ไปบ้านนางเอก และดื่มน้ำผิดแก้ว ไปดื่มแก้วที่นางเอกดื่มเอาไว้ กระสือตัวอิจฉาหรือ\\\"กระสือสุดา\\\"ถ่ายทอดความเป็นกระสือให้กับพ่อของเธอเพราะเธอโดนอาคมมาเหมือนกัน จำไม่ได้ว่าเป้นมีดหมอหรือว่าอะไร พ่อของเธอจริงๆก็ไม่ยอม เลยเอาน้ำลายของสุดาไปใส่ตามตุ่มของชาวบ้านทุกบ้านทำให้แกเข้าใจว่าทั้งหมู่บ้านมีคนสืบทอดไปแล้ว ส่วนแกก็จะได้ไม่ต้องเป็นกระหัง แต่ชาวบ้านรู้ทันแล้วทำเป็นพูดว่าพวกเขานั้นเป็นกระสือกระหังกันหมดแล้ว แล้วตัวแกนั้นจะเป็นมนุษย์ปกติธรรมดาอยู่คนเดียวหรือยังไง แกเลยตัดสินใจดื่มน้ำที่สุดาลูกสาวของแกถุยน้ำลายยกมาให้ แล้วสุดาก็สิ้นลมหลังจากนั้นทันที


ผลสุดท้ายก็มีแต่กระหังพ่อของสุดา ละบินออกไปจากหมู่บ้าน

นางเอกกับพระเอกได้ปรับความเข้าใจและใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม และอีกอย่างพระเอกก็เห็นความร้ายกาจของกระสือสุดาที่พยายามเข้ามาทำร้ายคนในบ้านนางเอกแล้วด้วย

#17 By ฝน (180.222.200.15) on 2011-03-02 15:45

#16 By (118.175.72.42) on 2010-05-17 17:51

te5uij6etryhgf

#15 By poy (113.53.137.74) on 2010-02-12 18:14

กะสือวาเลนไท ดูแล้วจี๊ดดดด

#14 By __ลิงย้วย__ on 2010-02-07 05:50

อยากดูกระสือวาเลนไทน์จัง surprised smile

จะบอกว่า ไม่กล้าอ่านเพลง เอ่อะ เป็นเอามากกแฮะ

#13 By BlackEyedPim on 2009-12-24 22:47

เอ็นทรี่ย์นี้มีประโยชน์มากๆเลยค่ะ ละเอียดยิบ
Hot! Hot! Hot!

อิอิ คิดถึงสมัยก่อน ตอนประถมมีละคร ผีกระสือออกอากาศ น่ากลัวเอามากๆเลยค่ะ big smile

#12 By jomkwan on 2009-12-22 22:33

^
^...มิกซ์เอง

#11 By mixster (125.24.132.244) on 2009-12-22 14:01

ไมไม่เรียกผีหิ้วปอดนะ...

#10 By (125.24.132.244) on 2009-12-22 14:01

โห ละครรวมดาราเด็ก(ที่ตอนนี้เป็นนางเอกกันหมด)จริงด้วย wink

กระสือวาเลนไทน์ดูแล้วเศร้าแฮะ

กระสือนี่ผีไทย Made in Thailand จริง ๆ
confused smile confused smile confused smile confused smile cry

#8 By juney on 2009-12-21 14:52

เพลงดาจิม มัน ผีกระจู๋ ค่ะ 555

#7 By จิงศรี on 2009-12-21 10:20

- 0- โอรู้สึกว่าเพลงนี้ผมเคยฟังง่ะ - -

#6 By NoA.r.t Boy on 2009-12-20 20:48

ค่า คุณ persona non grata คุณกระหังจะเป็นรายต่อไปค่ะ แวะมาดูน้า >_<~

#5 By จิงศรี on 2009-12-20 19:19

เพลงทันสมัย...ผมชอบมากดาจิม
กลัวผีจัง Hot! Hot! Hot! Hot!

#4 By juney on 2009-12-20 19:04

เมื่อเดือนที่แล้วอ.สอนเรื่องผีญี่ปุ่นแล้วให้นร.แต่ละชาติเล่าเรื่องผีของชาติตัวเองค่ะ พวกเราคนไทยก็ช่วยกันเล่าเรื่องกระสือแบบงูๆ ปลาๆ ถ้าได้อ่านกระทู้นี้ก่้อนก็ดีสิ confused smile

เพื่อนเราบอกมีกระหังด้วย แต่พออาจารย์ถามรายละเอียดของกระหังก็ไม่มีใครตอบได้... ไว้เขียนเล่าเรื่องกระหังบ้างสิคะ

#3 By persona non grata on 2009-12-20 18:53

โห กะตั้วมาเล่นมุกได้จังหวะดีมากเลยค่ะ 555
ขอบคุณที่แวะมาหาน้า open-mounthed smile

#2 By จิงศรี on 2009-12-20 18:50

กระสือ เป็นผู้หญิง
กระหัง เป็นผู้ชาย
กะตั้วเป็น ???? 55+ sad smile
จิงศรีอัพแล้วเย้ อัพวันเดียวกันเลยนะจ๊ะ big smile

#1 By Katuar on 2009-12-20 18:49